Site Loader

เคยโดนจั๊กจี้กันไหม เชื่อว่าหลายคนต้องเคยโดนแน่ๆ โดนทีก็หัวเราะจนเหนื่อยเลย แล้วสาเหตุที่การจั๊กจี้ทำให้เราหัวเราะเกิดจากอะไรกันนะ แล้วมันจะเป็นอันตรายไหม เคยรู้กันบ้างไหมเอ่ย วันนี้เราได้รวบรวมข้อมูล สาเหตุ เกี่ยวกับ การจั๊กจี้ มาไขข้อสงสัยกัน

จั๊กจี้ เป็นความรู้สึกที่ให้ความหมายตรงตัวได้ยาก งานวิจัยชิ้นหนึ่งให้ความหมายของการจั๊กจี้โดยแบ่งเป็น 2 ลักษณะ คือ ความรู้สึกคล้ายอาการคันจากการสัมผัสผิวหนังตามร่างกายอย่างแผ่วเบา ซึ่งส่วนใหญ่ไม่ทำให้หัวเราะ และอีกชนิดคือความรู้สึกจากแรงกดซ้ำ ๆ บนร่างกายตามจุดจั๊กจี้ เช่น ซี่โครงหรือบริเวณรักแร้ ที่จะทำให้ยิ้มหรือหัวเราะออกมา

สาเหตุที่ทำให้คนเรารู้สึกจั๊กจี้ยังไม่อาจสรุปได้แน่ชัด บางทฤษฎีคาดว่าเกิดจากกลไกการป้องกันตัว เพื่อป้องกันจุดที่บาดเจ็บได้ง่ายของร่างกาย หรือบางทฤษฎีก็กล่าวว่าการจั๊กจี้จะช่วยสร้างความผูกพันทางสังคมระหว่างผู้จั๊กจี้กับผู้ถูกจั้๊กจี้ เนื่องจากการหัวเราะนั้นอาจก่อให้เกิดปฏิสัมพันธ์ในทางที่ดีแก่ทั้งสองฝ่าย

จั๊กจี้มีกี่ชนิด อะไรบ้าง ?

ความรู้สึกจักจี้เป็นสัมผัสชนิดหนึ่งที่ยังคงเป็นปริศนาทั้งทางพฤติกรรมและทางสรีระ ซึ่งการจักจี้นี้ เป็นเรื่องทีได้รับความสนใจมากตั้งแต่โบราณ เพราะไม่ว่าจะเป็น อาริสโตเติล (Aristotle), เพลโต (Plato), โสเครติส (Socrates), ฟรานซิส เบคอน (Francis Bacon), กาลิเลโอ (Galileo) หรือแม้แต่ชาลส์ ดาร์วิน (Charles Darwin) ก็ให้ความสนใจในเรื่องนี้เป็นอย่างมาก และแม้แต่ในปัจจุบันก็ยังคงได้รับการความสนใจจากนักวิทยาศาสตร์ยุคใหม่ ถึงกับมีการทดลองมากมายเพื่่อหาความเชื่อมโยงของสมองกับการจักจี้ กระทั่งในปี 1897 นักจิตวิทยานามว่า G. Stanley Hall และ Arthur Allin ได้พบว่า การจั๊กจี้ นั้นแบ่งออกได้เป็น 2 ชนิด ได้แก่

  • Knismesis คือความรู้สึกแปลก ๆ คล้ายอาการคันที่เกิดจากการสัมผัสผิวหนังตามร่างกายอย่างแผ่วเบา เกิดขึ้นได้กับทุกส่วนของร่างกาย และรู้สึกได้แม้จะเป็นการสัมผัสโดยตนเอง เช่น การลากนิ้ว ขนนก สำลีไปมาบนผิวหนัง หรือการมีแมลงไต่ ซึ่งการจั๊กจี้ลักษณะนี้ไม่ทำให้หัวเราะ แต่อาจสร้างความรำคาญใจ และตอบสนองด้วยการเกาบริเวณที่รู้สึก บางคนจึงเข้าใจไปว่าตนเองเกิดอาการคันมากกว่าจั๊กจี้
  • Gargalesis คือความรู้สึกที่ทำให้ผู้ถูกจั๊กจี้หัวเราะออกมาเมื่อได้รับแรงกดซ้ำ ๆ ตามส่วนที่อ่อนไหวต่อการจั๊กจี้บนร่างกาย โดยมักเป็นจุดที่เกิดการบาดเจ็บได้ง่าย เช่น บริเวณคอ ท้อง ด้านข้างลำตัว เท้า และรักแร้ รวมถึงจุดอื่น ๆ ตามร่างกาย เช่น บริเวณใกล้รูหู หน้าอก และอวัยวะเพศ ความรู้สึกจั๊กจี้ชนิดนี้จะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อถูกจั๊กจี้โดยบุคคลอื่นและส่งผลให้หัวเราะออกมา ในขณะที่การพยายามจั๊กจี้ตนเองนั้นไม่ทำให้หัวเราะหรือมีปฏิกิริยาตอบสนองใด ๆ  ซึ่งบทความนี้จะกล่าวถึงการจั๊กจี้ชนิดนี้เป็นหลัก

ทำไมจึงหัวเราะเมื่อถูกจั๊กจี้ ?

จากการศึกษาของนักวิทยาศาสตร์แห่งวิทยาลัยทือบิงเงิน (Tuebingen University) ในประเทศเยอรมนีพบว่า การจักจี้จะไปกระตุ้นส่วนของสมองที่ตอบสนองต่ออาการเจ็บปวด และการหัวเราะเพราะถูกจักจี้นั้นเป็นกลไกในการป้องกันตัวของมนุษย์วิธีหนึ่ง ซึ่งแม้ว่าการจักจี้จะไม่ทำให้เรารู้สึกเจ็บปวดจริง ๆ ในตอนแรก แต่หากถูกจักจี้ซ้ำ ๆ เป็นเวลานานก็อาจจะทำให้รู้สึกเจ็บได้ นอกจากนี้หากจักจี้ติดต่อกันนาน ๆ โดยไม่มีการหยุดก็อาจจะทำให้เสียชีวิตได้เช่นกัน           

อย่างเช่นหลักฐานที่ปรากฏในหนังสือของ Jacob Christoffel von Grimmelshausen ที่มีชาวนาคนหนึ่งถูกกองโจรบุกปล้นบ้าน และทรมานด้วยการจับชาวนามัดไว้และทาเกลือไว้ที่เท้า แล้วปล่อยให้ฝูงแพะเลียเท้าจนชาวหน้าเสียชีวิตในที่สุด แต่ก็ใช่ว่าการจักจี้นั้นจะเกี่ยวของกับประสาทรับรู้ความเจ็บปวดเท่านั้น เพราะในบางคนที่แม้จะยังไม่ทันจะถูกจักจี้แต่ก็หัวเราะก่อนแล้ว ก็อาจจะเป็นเพราะประสบการณ์ในอดีตที่เคยเกิดขึ้นมาก่อน อย่างเช่นการถูกจักจี้อย่างหนัก ทำให้เมื่อมีคนเข้ามาจะจักจี้ก็จะหัวเราะออกมาโดยไม่รู้ตัว

จั๊กจี้กับการลงโทษ

บางครั้งการจั๊กจี้อาจสร้างความทรมานแก่ผู้ถูกจั๊กจี้ โดยมีบันทึกทางประวัติศาสตร์กล่าวถึงบทลงโทษที่นำการจั๊กจี้มาใช้ เช่น นิกายโปรเตสแตนต์ที่นำการจั๊กจี้มาลงโทษผู้ละเมิดกฎจนถึงแก่ความตายในศตวรรษที่ 16 หรือในยุคจักรวรรดิโรมันโบราณที่ผู้กระทำผิดจะถูกจับมัดไว้และทาเกลือจนทั่วบริเวณเท้า แล้วให้ห่านเลียเกลือออก

Tickling

ประโยชน์แฝงของการจั๊กจี้

แม้การถูกจั๊กจี้อาจสร้างความทรมานให้แก่บางคน แต่หากนำมาปรับใช้ให้เหมาะสมก็สามารถสร้างความรู้สึกผ่อนคลายได้เช่นกัน งานวิจัยในปัจจุบันเริ่มกล่าวถึงความรู้สึกทางกายภาพชนิดหนึ่งที่เกิดจากการถูกกระตุ้นด้วยการสัมผัส การมองเห็น หรือการได้ยิน จนส่งผลให้เกิดความผ่อนคลาย เรียกว่า Autonomous Sensory Meridian Response:ASMR เช่น ความรู้สึกจั๊กจี้ ความเสียวซ่าน หรือความรู้สึกเย็น โดยเฉพาะบริเวณหนังศีรษะ ซึ่งความรู้สึกในลักษณะนี้อาจช่วยบรรเทาภาวะซึมเศร้าและอาการปวดเรื้อรังได้ชั่วคราว

นอกจากนี้ ความรู้สึกจั๊กจี้ยังอาจช่วยเผาผลาญพลังงาน เนื่องจากมีผลวิจัยชี้ว่าการหัวเราะ 10-15 นาที ส่งผลให้แคลอรี่ลดลงได้ประมาณ 10-40 แคลอรี่ อย่างไรก็ตาม อัตราแคลอรี่ที่ลดลงจากการหัวเราะนั้นถือว่าน้อยมากเมื่อเทียบกับการออกกำลังกาย

Tickling

อาการบ้าจี้แก้ได้อย่างไร ?

บ้าจี้ มักนำมาใช้เรียกคนที่ถูกสัมผัสในจุดจั๊กจี้แล้วรู้สึกทรมาน และต้องหัวเราะออกมาโดยไม่สามารถควบคุมได้ หรือคนที่หัวเราะออกมาแม้ไม่ได้ถูกสัมผัส แต่เพียงคาดการณ์ว่าอาจจะถูกสัมผัสจุดจั๊กจี้

ในปัจจุบันยังไม่ปรากฏแน่ชัดว่ามีวิธีใดที่ช่วยแก้อาการบ้าจี้ได้อย่างถาวรหรือไม่ บ้างกล่าวว่าการสัมผัสจุดที่รู้สึกจั๊กจี้บ่อย ๆ เพื่อให้ร่างกายปรับตัวและทนต่อความรู้สึกจั๊กจี้มากขึ้นอาจส่งผลให้ความรู้สึกไวต่อการสัมผัสลดลง นอกจากนี้ นักวิทยาศาสตร์บางคนยังแนะนำว่าการวางมือของตนเองลงบนมือของผู้จั๊กจี้อาจช่วยหลอกให้สมองรับรู้ว่าเป็นการจั๊กจี้ตนเองและลดความรู้สึกจั๊กจี้ลงได้

เราจั๊กจี้ตัวเองได้ไหม?

สำหรับบางคนการถูกคนอื่นจักจี้แค่เพียงนิดเดียวก็อาจจะทำให้หัวเราะได้ไม่หยุด หรือไม่ก็เผลอตีกลับไปอย่างรุนแรง แต่เมื่อจักจี้ตัวเองกลับไม่รู้สึกอะไรเลย นั่นก็เป็นเพราะว่าการถูกจักจี้โดยคนอื่นเป็นสิ่งที่คนเราสมองของเราไม่รู้เนื้อรู้ตัวมาก่อน ทำให้ระบบประสาทและสมองถูกรบกวน แต่การจักจี้ตัวเองนั้นเป็นสิ่งที่เราคนคิดล่วงหน้ามาก่อนแล้วจึงทำให้สมองจินตนาการภาพของการถูกจักจี้ก่อนที่จะลงมือทำจริง ทำให้ร่างกายปรับสภาพเตรียมพร้อมแล้ว เลยไม่รู้สึกจักจี้

โดยนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยลอนดอนก็ได้ทำการวิจัยเกี่ยวกับเรื่องนี้โดยการใช้เครื่องมือ fMRI วัดระดับการทำงานต่าง ๆ ในสมองของอาสาสมัครในขณะที่ถูกผู้อื่นจักจี้ และตอนที่จักจี้ตัวเอง แล้วนำมาเปรียบเทียบกัน พบว่า สมองในส่วนที่รับการสัมผัสจะทำงานสูงเมื่อถูกจักจี้ แต่ในสมองส่วนเกี่ยวของกับกล้ามเนื้อและการเคลื่อนไหวอย่างเซรีเบลลัม (cerebellum) กลับไม่มีการเปลี่ยนแปลงแต่อย่างใด 

ในขณะเมื่ออาสาสมัครจักจี้ตัวเอง สมองในส่วนที่รับความรู้สึกกลับมีการทำงานที่ต่ำกว่าตอนที่ถูกผู้อื่นจักจี้ แต่กลับเป็นสมองในส่วน เซรีเบลลัม ที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างมาก จึงทำให้สรุปได้ว่าในตอนที่เราจักจี้ตัวเอง สมองได้สั่งการไปยังมือและเซรีเบลลัม เพื่อทำการวิเคราะห์ผลของการกระทำเอาไว้แล้ว เลยไม่ส่งผลให้รู้สึกจักจี้แล้วหัวเราะออกมาแต่อย่างใด

Tickling

ความสำคัญของการจั๊กจี้

นักจิตวิทยามากมายเชื่อว่าการจักจี้นั้นถือเป็นการสร้างความผูกพันระหว่างบุคคลอย่างหนึ่ง อย่างการที่พ่อแม่จักจี้เด็กทารก ทำให้เด็กทารกหัวเราะ ยิ้มแย้ม และเกิดความผูกพันกับพ่อแม่ ส่วนการจักจี้ระหว่างเพื่อนนั้นก็เป็นการเล่นชนิดหนึ่งที่สร้างความผูกพันใกล้ชิดระหว่างกันและกัน แต่จะได้ผลก็ต่อเมื่อทั้งสองฝ่ายยินยอมและสนุกกับการจักจี้นี้ 

แต่ใช่ว่าการจักจี้จะมีประโยชน์อย่างเดียวเท่านั้น เพราะการจักจี้ก็อาจจะกลายเป็นโทษได้ หากเป็นการจักจี้กันระหว่าง 2 เพศ เพราะการจักจี้นั้นอาจจะกลายเป็นการคุกคามทางเพศ โดยที่จริง ๆ แล้วอาจจะไม่ได้มีเจตนาเช่นนั้นเลยก็ตาม 

นอกจากนี้ยังมีงานวิจัยอีกมากมายที่พบว่าการจักจี้กันระหว่างพี่น้องที่รุ่นราวคราวเดียวกัน ผู้เป็นพี่จะใช้การจักจี้เพื่อข่มเหงอีกฝ่าย เพราะแรงจูงใจที่อยู่เบื้องหลังนั้นก็คือการทำให้อีกฝ่ายรู้สึกว่าด้อยกว่า และแสดงถึงความเหนือกว่าให้อีกฝ่ายเห็นนั่นเอง

มาตกปลารับโชคกับเกมสล็อต Alaskan Fishing คุณไม่ต้องรอฤดูตกปลาอีกต่อไป วางแผน การเดินทางทันที ไปยังถิ่นทุรกันดาร อะแลสกา ที่ปกคลุมไปด้วยหิมะ เพื่อตกปลาบิน ในสล็อตออนไลน์ ของ Alaskan Fishing คุณจะแบ่งปัน 243 วิธี ในการชนะวงล้อ ด้วยนกอินทรีอันยิ่งใหญ่ และนกกริซลี่ ที่หิวโหย แต่ขอให้ดีมีปลามากมาย ในทะเลสาบ และแม่น้ำอัลไพน์ ที่เป็นน้ำแข็ง ให้ทุกคนจับได้

อ่านบทความน่าสนใจเพิ่มเติม : สูตรรูเล็ต 7 ข้อที่ไม่ควรพลาด